ธาตุก่องข้าวน้อย ตั้งอยู่ที่บ้านตาดทอง ต.ตาดทอง อ.เมือง จ.ยโสธร มีตำนานเล่าขานสืบทอดกันมาจนเป็นนิทานว่า
ครั้งหนึ่ง เมื่อหลายร้อยปีมาแล้วที่บ้านตาดทอง ในฤดูฝนมีการเตรียมปักดำกล้าข้าว ทุกครอบครัวจะออกไปไถนาเตรียมการเพาะปลูก ครอบครัวของชายหนุ่มคนหนึ่งกำพร้าพ่อ ไม่ปรากฏชื่อหลักฐาน ก็ออกไปปฏิบัติภาระกิจด้วยเช่นเดียวกัน
วันหนึ่งเขาไถนาอยู่นานจนสาย ตะวันขึ้นสูงแล้วรู้สึกเหน็ดเหนื่อย อ่อนเพลียมากกว่าปรกติ และหิวข้าวมากกว่าทุกวัน ปรกติแล้วแม่ผู้ชราจะมาส่งก่องข้าวให้ทุกเช้า แต่เช้านี้กลับมาช้าผิดปรกติ เข้าจึงหยุดไถนาเข้าพักผ่อนอยู่ใต้ต้นไม้ ปล่อยเจ้าทุยไปกินหญ้า สายตาเหม่อมองไปทางบ้าน รอคอยแม่ที่จะมาส่งข้าวตามเวลาที่ควรจะมา ด้วยความรู้สึกกระวนกระวายใจ ยิ่งสายตะวันขึ้นสูง แดดยิ่งร้อน ความหิวกระหายก็เร่งทวีคูณขึ้น
ทันใดนั้น เขามองเห็นแม่เดินเลียบมาตามคันนาพร้อมก่องข้าวน้อยๆ ห้อยต่องแต่งอยู่บนสาแหรกคาน เขารู้สึกไม่พอใจที่แม่เอาก่องข้าวน้อยนั้นมาช้ามาก ด้วยความหิวกระหายจนตาลาย อารมณ์พลุ่งพล่าน เขาคิดว่าข้าวในก่องข้าวน้อยนั้นคงกินไม่อิ่มเป็นแน่
จึงเอ่ยปากต่อว่าแม่ของตนว่า "อีแก่ มึงไปทำอะไรอยุ่ จึงมาส่งข่าวให้กูกินช้านัก ก่องข้าวก็เอาก่องข้าวน้อยๆมาให้กิน กูจะกินอิ่มหรือ?"
ผู้เป็นแม่เอ่ยปากตอบลูกว่า "ถึงก่องข้าวจะน้อย ก็น้อยต้อนแต้นแน่นในดอกลูกเอ๋ย ลองกินเบิ่งก่อน"
ด้วยความหิว ความเหน็ดเหนื่อย ความโมโห หูอื้อตาลาย ไม่ยอมฟังเสียงใดๆ เกิดบันดาลโทสะอย่างแรงกล้า คว้าได้ไม้แอกน้อยเข้าตีแม่ที่แก่ชราจนล้มลง แล้วก็เดินไปกินข้าว กินข้าวจนอิ่มแล้ว แต่ข้าวก็ยังไม่หมดกล่อง จึงรู้สึกว่าตนเองตีแม่ด้วยความหิว เกิดความรู้สึกผิดชอบชั่วดี รีบวิ่งไปดูอาการของแม่ เข้าสวมกอดแม่
อนิจจา แม่สิ้นใจไปเสียแล้ว
ชายหนุ่มร้องไห้โฮ สำนึกผิดที่ฆ่าแม่ของตนเองด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ไม่รู้จะทำประการใดดี จึงเข้าไปกราบนมัสการสมภารวัดเล่าเรื่องให้ท่านฟัง โดยละเอียด สมภารสอนว่า
"การฆ่าบิดามารดาผู้บังเกิดเกล้าของตนเองนั้น เป็นบาปหนัก เป็นมาตุฆาต ต้องตกนรกอเวจี ตายแล้วไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเป็นคนอีก มีทางเดียวจะให้บาปเบาลงได้ก็ด้วยการสร้างธาตุก่อกวมกระดูกแม่ไว้ ให้สูงเท่านกเขาเหิน จะได้เป็นการไถ่บาปหนักให้เบาบางลงได้บ้าง"
เมื่อชายหนุ่มปลงศพแม่แล้ว ขอร้องชักชวนญาติมิตรชาวบ้านช่วยกันปั้นอิฐก่อเป็นธาตุเจดีย์บรรจุอัฐิแม่ไว้ จึงให้ชื่อว่า "ธาตุก่องข้าวน้อยฆ่าแม่" จนตราบทุกวันนี้
นอกจากธาตุก่องข้าวน้อยฆ่าแม่ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปแล้ว ที่วัดทุ่งสะเดา ซึ่งอยู่ห่างกันไปประมาณ 2 กิโลเมตร ก็มีธาตุก่องข้าวน้อย ตั้งอยู่เช่นกัน แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้จัก
พระครูวิมลสุวรรณคุณ เจ้าอาวาสวัดทุ่งสะเดาและเจ้าคณะตำบลตาดทอง อ.เมือง จ.ยโสธร เล่าว่า ธาตุก่องข้าวน้อยที่วัดทุ่งสะเดานั้น มีตำนานคล้ายธาตุก่องข้าวน้อยที่บ้านตาดทองเช่นกัน แต่จะเป็นธาตุแม่หรือธาตุลูกไม่มีหลักฐาน จากอดีตที่ยาวนาน ชาวบ้านตาดทองและบ้านสะเดาต่างมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดตลอดมา เพราะเป็นเครือญาติมาชั่วหลายอายุคน
จากประวัติที่เล่าสืบต่อกันมายาวนานจากผู้สูงอายุ ทั้งที่ยังมีชีวิตและที่เสียชีวิตไปแล้ว ทุกคนบอกว่าเจดีย์บริเวณวัดทุ่งสะเดา คือ ธาตุก่องข้าวน้อย แต่จะเป็นธาตุลูกหรือธาตุแม่นั้นไม่มีหลักฐาน หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรก็ไม่มี เนื่องจากหอไตรที่เก็บประวัติและใบลานของวัดถูกไฟไหม้เสียหายไปหมดสิ้น เจ้าอาวาสที่อยู่ประจำทุกวันนี้ก็ได้ยินเพียงคำบอกเล่าสืบต่อกันมา
===== ที่มา : นสพ. คมชัดลึก =====
